The Sky Is Everywhere คือหนังรักวัยรุ่นที่พยายามจะบอกเล่าเรื่องราวของความเศร้าและความรักผ่านมุมมองของเด็กสาวอัจฉริยะทางดนตรี แต่กลับถูกถ่ายทอดด้วยสไตล์ที่แปลกประหลาดและเต็มไปด้วยจินตนาการจนบางครั้งก็รู้สึกเกินจริง หนังพาเราไปรู้จักกับเลนนี่ วัยรุ่นที่สูญเสียพี่สาวไป และต้องเผชิญกับความรักครั้งแรกที่สับสนระหว่างหนุ่มใหม่กับแฟนเก่าของพี่สาว
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เลนนี่ (Grace Kaufman) เป็นเด็กสาวที่มีพรสวรรค์ทางดนตรี เธออาศัยอยู่กับคุณยายฟิโอน่า (Cherry Jones) และลุงบิ๊ก (Jason Segel) หลังจากพี่สาวของเธอเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ชีวิตของเธอถูกครอบงำด้วยความเศร้าโศก จนกระทั่งเธอได้พบกับโจ ฟงแตน (Jacques Colimon) นักเรียนใหม่ที่หลงใหลในเสียงคลาริเน็ตของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน โทบี้ ชอว์ (Pico Alexander) แฟนหนุ่มผู้ใจสลายของพี่สาวก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอเช่นกัน เลนนี่ต้องเลือกระหว่างสองคนนี้ ขณะที่จินตนาการและหัวใจของเธอขัดแย้งกันเอง หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของเลนนี่ที่วาดภาพและจินตนาการออกมาเป็นฉาก ๆ ที่บางครั้งก็สวยงามและบางครั้งก็ดูเกินจริง
งานการแสดงและตัวละคร
Grace Kaufman แสดงเป็นเลนนี่ได้อย่างน่าประทับใจ เธอถ่ายทอดความเปราะบางและความสับสนของวัยรุ่นที่กำลังเผชิญกับความสูญเสียได้ดี โดยเฉพาะฉากที่เธอเล่นดนตรีและแสดงออกทางสีหน้า Jacques Colimon ในบทโจมีเสน่ห์และอบอุ่น ขณะที่ Pico Alexander เล่นเป็นโทบี้ที่ดูจริงจังและเศร้าหมอง แต่ตัวละครทั้งสามยังขาดมิติที่ลึกซึ้งพอให้ผู้ชมรู้สึกผูกพัน Cherry Jones และ Jason Segel มาเป็นตัวประกอบที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศครอบครัว แม้บทบาทของพวกเขาจะไม่มากนัก แต่ก็ช่วยให้เรื่องราวมีน้ำหนักมากขึ้น
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Josephine Decker ผู้กำกับมากฝีมือจาก Madeline's Madeline นำเสนอสไตล์ที่เต็มไปด้วยจินตนาการและภาพที่สวยงาม หนังใช้ภาพซ้อนและเอฟเฟกต์ภาพเพื่อแสดงถึงโลกภายในของเลนนี่ ซึ่งเป็นทั้งจุดเด่นและจุดอ่อน เพราะบางครั้งก็ดูรกและทำให้เสียอารมณ์ร่วม ดนตรีประกอบและเพลงในเรื่องเข้ากับบรรยากาศได้ดี โดยเฉพาะเสียงคลาริเน็ตที่เลนนี่เล่น ถ่ายทอดความรู้สึกเศร้าและหวังได้อย่างกลมกลืน แต่บางฉากที่พยายามจะสื่อถึงจินตนาการกลับดูไม่สมูทและขาดความต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการมองว่า The Sky Is Everywhere เป็นหนังที่มีความทะเยอทะยานสูงในการนำเสนอเรื่องราวของความเศร้าผ่านมุมมองของวัยรุ่น แต่กลับติดอยู่ในกับดักของความซ้ำซากของหนังรักวัยรุ่นทั่วไป การใช้จินตนาการเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ แต่กลับทำให้อารมณ์ของหนังไม่แน่นอน บางครั้งก็รู้สึกเหมือนกำลังดูมิวสิควิดีโอมากกว่าหนังยาว อย่างไรก็ตาม หนังก็มีช่วงเวลาที่สวยงามและซาบซึ้ง โดยเฉพาะฉากที่เลนนี่และโจเล่นดนตรีด้วยกัน มันคือการสื่อสารทางอารมณ์ที่งดงามโดยไม่ต้องใช้คำพูด แม้หนังจะไม่สามารถดึงดูดผู้ชมทั่วไปได้มากนัก แต่ก็เป็นผลงานที่ควรค่าแก่การดูสำหรับคนที่ชื่นชอบหนังดราม่าวัยรุ่นแนวทดลอง
สรุป
<p><strong>The Sky Is Everywhere</strong> เป็นหนังที่มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง เหมาะกับคนที่ชอบหนังดราม่าวัยรุ่นที่เน้นอารมณ์และจินตนาการมากกว่าเนื้อเรื่องที่สมจริง แม้จะมีจุดบกพร่อง แต่ก็เป็นผลงานที่ควรค่าแก่การดูสำหรับแฟนหนังอินดี้และคนที่ชื่นชอบดนตรี</p>
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงนำของ Grace Kaufman ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี
- +ดนตรีประกอบและเสียงคลาริเน็ตที่ไพเราะ สื่อถึงอารมณ์เศร้า
- +ภาพและจินตนาการที่สร้างสรรค์ สะท้อนโลกภายในตัวละคร
👎 จุดด้อย
- −บทหนังบางช่วงขาดความสมูท กระโดดไปมาระหว่างจินตนาการกับความจริง
- −ตัวละครรองขาดมิติ ทำให้ไม่รู้สึกผูกพัน
- −อารมณ์โดยรวมไม่คงที่ บางฉากดูเกินจริงจนเสียอารมณ์
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใช่ หนังดัดแปลงจากนิยายขายดีของ Jandy Nelson ที่ตีพิมพ์ในปี 2010
เหมาะสำหรับวัยรุ่นและคนที่ชอบหนังดราม่าวัยรุ่นแนวทดลอง แต่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสูญเสียและความเศร้าที่อาจไม่เหมาะกับเด็กเล็ก
บน TMDB ได้คะแนน 5.731/10 ส่วน Rotten Tomatoes มีคะแนน 50% จากนักวิจารณ์ และ 60% จากผู้ชม